About

TUDUT

TUDUT

Contact

Email : tudut@tudut.com

Cell Phone : 081 – 476 – 1422. ถ้าหากว่าผมไม่สะดวกรับ เด๋วผมโทรกลับเองครับ
Facebook : www.fb.me/tudut
Twitter : www.twitter.com/tudut
flickr : www.flickr.com/photos/mytudut
Delicious : www.delicious.com/tudut
Foursquare : www.foursquare.com/tudut

เริ่มต้นวัยเรียนของ นาย วีรวัฒน์ เลี่ยนอุดม โรงเรียนดาราสมุทรภูเก็ต

จริง ๆ แล้วเป็นสถานที่บ่มเพาะวิชาความรู้ แห่งที่ 2 (ที่แรกคือ อนุบาลบุษบง แต่จำความไม่ได้ เลยข้ามไปดีกว่า) ที่นี่ ผมเข้าเีรียนตั้งแต่ ชั้นอนุบาลปีที่ 1 (หรือ อ.1 นั้นเอง) ซึ่งสมัยนั้น หากว่าได้เรียนที่ดาราสมุทร ถือว่าเท่ห์มาก เพราะว่าเป็นโรงเรียน คริสเตียน แห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ต (ขอย้ำว่าสมัยนั้น) แต่สิ่งที่แลกมากับความเท่ห์ก็คือ ทางบ้านลำบากมาก เนื่องจากค่าเทอม แพงมาก 3xxx บาท ต่อ 1 เทอม แต่แม่ก็สามารถเลี้ยงดู เด็กน้อย หรือ เด็ก ชาย วีรวัฒน์ เลี่ยนอุดม จบ ป.6 มาจนได้

มัธยมอันแสนวิเศษ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย

เป็นโรงเรียนมัธยมที่เก่าแก่ที่สุดของภาคใต้ครับ ผมโชคดีที่เข้าไปในช่วงที่ทางโรงเรียนครบรอบ 100 ปีพอดี จึงเป็นการดีที่จะทำให้ผมสะดวกในการจำว่า ผมอยู่ในช่วงไหนของรุ่น ซึ่งการเรียนในช่วงมัธยมนั้น เป็นช่วงที่สนุกที่สุด เนื่องจากวัน ๆ นึงไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เรียนไปวัน ๆ เล่นไปวัน ๆ ด้วย ซึ่งมัธยมต้นนั้นผมเลือกเรียนในสาย วิทย์ – คณิต โหย อยากจะบอกว่า วิทยาศาสตร์ ไม่เท่าไหร่ แต่คณิตศาสตร์ เนี่ยะ ยากมากมาย จากนั้น วิถีของ tudut ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง คือมัธยปลาย เลือกเรียน ศิลป์ – ฝรั่งเศส (ฝรั่งเศษ แบบนี้ผิดนะครับ) ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ถึงแม้ผมจะเรียน ในโรงเรียนคริสเตียนมาก่อนคือ โรงเรียน ดาราสมุทร ซึ่งสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาบังคับ แต่ผมเองก็ไม่ได้สนใจที่จะเรียนมากมาย ดังนั้นเมื่อเลือกเรียน ทางสาย ศิลป์ – ฝรั่งเศส ก็เหมือน เป็นอะไรที่ผมคิดว่า “นรก” มากมาย (เหตุที่เลือกเพราะ ตามเพื่อนครับ) แต่แล้วก็มีอาจารย์ที่มีพระคุณอยู่ 3 ท่านครับ ที่ผมจำได้ึขึ้นใจ ซึ่งอาจจะจำนามสกุลของท่านไม่ได้แล้วนะครับ หากว่าจำได้จะเข้ามาแก้ไขอีกครั้งครับ

  1. อาจารย์บารนี เป็นผู้ที่ทำให้ผม เข้าใจภาษาอังกฤษ และเข้าใจคำว่า ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว (อย่าต่อคำว่า ยากเยอะนะ)
  2. อาจารย์ เทียมจันทร์ ผู้ที่ผมเรียกว่า Inw (เทพ) แห่งวงการภาษาฝรั่งเศส ภูเก็ตเลยครับ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่สนิด ทั้งรัก ทั้งกลัว แต่ไม่อยากจะบอกเลยว่า ถึงไม่ได้เรียน หรือไม่ได้ทบทวน ภาษาฝรั่งเศสมาหลายปีแล้ว แต่ผมก็ยังสามารถอ่านฝรั่งเศสได้ (แต่แปลไม่ได้แล้วนะ) อีกทั้งยังฟังรู้เรื่องนะครับ
  3. อาจารย์แรมโบ้ หรืออาจารย์สุขจิตครับ เป็นอาจารย์สาว ห้าว อีกท่านหนึ่งซึ่งผมกับเพื่อน ๆ ในห้อง 6/10 เรียนกท่านว่า อาจารย์ แร้มโบ้ หรือไม่ก็แ่ม่ เวลาที่คุยกันต่อหน้า อิอิอิ รักนะ เลยหยอกเล่น

ป.ตรี ในรั้วมหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต

ก็ยังคงเกี่ยวกับการศึกษาอีกแหล่งนึง ซึ่งผมอยากจะบอกว่า จริง ๆ แล้วผม เอ็นท์(สะท้่าน) ติดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี สาขาวิชา มนุษยศาสตร์ เอกภาษาจีน จริง ๆ อยากไปเรียนมากกกกก (เพราะแฟนไปเรียนที่นู้น) แต่…. แล้วสวรรค์ก็เหมือนกลั่นแกล้งกัน เพราะว่าแม่บอกว่า “ถ้าลูกอยากไปเรียนที่นู้น ลูกก็หาวิธีเรียน แล้วก็ส่งเสียเรียนเองเลยนะ” (แต่จริง ๆ ใช้คำเก่ากว่านี้เยอะ สมัยพ่อขุนเลยแหล่ะ) อ่อ ผมลืมบอกไป กว่าก่อนหน้าที่จะไปสัมภาษณ์ที่ มอ. ปัตตานี ผมได้โควต้า ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คณะ วิทยาการจัดการ เอก อุตสาหกรรมท่องเที่ยวครับ ซึ่งในส่วนตัวแล้วผมมองว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในท้องที่ภูเก็ต หรือ ประเทศไทยก็ตามเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมาก เนื่องจากเป็น เพียงธุรกิจเดียวที่สามารถหมุนเงินไปสู่รากหญ้าได้ในทันที ไม่ต้องรอให้เกิดการประสานงาน หรือ รอการสั่งจ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมาย ซึ่ง connection ของผมบางส่วนก็ได้มาจากการเรียนที่นี่เช่นกันครับ

ชีวิตการทำงาน บริษัท ภูเก็ตบูเลทิน จำกัด

เป็นที่ทำงานที่แรก ๆ ที่ผมจะพูดไ้ด้ว่าเป็นงานประจำ เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมาทำงานที่นี่ผมได้ทำงาน Catering มาบ้าง แต่ก็เป็นงาน ที่ไม่แน่นอน เริ่มต้นจากเด็กเสิร์ฟ จากนั้นก็ผันตัวมาเป็นผู้รับงาน (ประสานงาน) คอยรับงานให้เพื่อน ๆ กลับมาที่ภูเก็ตบูเลทิน บริษัทแห่งนี้ทำงานเกี่ยวกับนิตยสารท้องถิ่นภูเก็ต เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่แจกเป็น Free Copy พัฒนาเรื่อยมาจนเป็นนิตยสารเพียงฉบับเดียวที่ยังสามารถอยู่ยั่งยืนยง แตกซอยธุรกิจมาเกี่ยวกับสื่อแขนงต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blue Wave, B Radio ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสื่อวิทยุภาษาอังกฤษ บริษัท Open Work จำักัด เปิดขึ้นมาเพื่อดูแลธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับงาน Event และ อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจใน 2 ส่วนที่กล่าวมา (แต่เป็นที่น่าเสียดาย บริษัทนี้ ได้ปิดตัวไปแล้ว แต่ผมยังชอบในชื่อนี้มาก และสัญญาว่า หากมีบริษัทเป็นของตัวเอง จะใช้ชื่อนี้แน่นอน) ซึ่งผมเองอยู่ในองค์กรนี้ คอยทำหน้าที่ประสานงาน พร้อมทั้งเป็น ฝ่ายขายโฆษณาด้วย การทำงานสนุก และ กดดันในเวลาเดีียวกัน แต่ผมยอมรับว่าผมรู้สึกดีกับบริษัทนี้มากๆ แต่รู้สึกไม่ดีกับผู้บริหารมาก ๆ เช่นกัน

บริษัทตลาดสดภูเก็ตจำกัด

หลายท่านคงจะคิดว่า ก็แค่ตลาดสดทำไมต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทด้วย แต่จริง ๆ แล้วสถานที่ทำงานของผมที่นี้เป็น ตลาดสดที่มีมาตรฐานระดับโลก ผ่านกระบวนการคิด และ ดูงานมามากมาย กว่าจะได้เป็นตลาดสดมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ใจกลางเมืองป่าตอง หน้าที่ที่ผมดูแล เป็นในส่วนของ Sale & Marketing เช่นเคย ซึ่งงานหลัก ๆ ก็คือ โน้มน้าว ลูกค้าในตลาดเก่าให้มา เซ้งแผงเพื่อที่จะขายในตลาดแห่งใหม่ และหาลูกค้าหน้าใหม่ ๆ เข้ามาขายของในตลาด ซึ่งมีทั้งตลาดสด และ Shop ให้เช่าในชั้นที่ 2 ของตัวตลาดเอง ทั้งนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของพ่อค้าและแม่ค้าทั้งหลาย ที่เคยขายของแบบง่าย ๆ ไม่มีพิธีรีตรองมากมาย แต่เมื่อเข้ามายังตลาดสดที่สะอาดและได้มาตรฐานอย่างตลาดสด บันซ้าน ก็ต้องปรับตัวเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเรื่องเอกสารในการส่งมอบพื้นที่ต่าง ๆ และรวมไปถึง เสื้อผ้า Uniform ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการขาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ ทั้งศาสตร์ และ ศิลป์ ในการหว่านล้อมมากมาย และผมก็ได้ประสบการณ์จากที่นี่มากมายเช่นกัน แต่ผมลืมบอกไปว่า ณ สถานที่แห่งนี้ผมรับเป็นทีมมือปืนรับจ้าง(เมื่อจบการขายก็ต้องออกจากองค์กรทันที)

บริษัท As1 จำกัด

เป็นบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับเหมาวางงานระบบน้ำปะปา และ ไฟฟ้าในโครงการบ้าน ซึ่งงานในส่วนของผมมีก็คือการคุม Stock และ Store ของบริษัทเพื่อป้องกันไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่า ผมไม่มีความรู้ทางด้านการก่อสร้างเลย Fitting แต่ละชนิดผมก็ไม่รู้จัก ซึ่งต้องพยายามอย่างมากที่จะศึกษาในเรื่องนี้ เมื่อผมได้ทำงานในบริษัทนี้ ผมได้เรียนรู้สัจธรรมหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการรักษาคำพูดของเจ้านาย หรือแม้กระทั่งรู้ว่า คนอิสานเมื่อเค้าทำงานให้ใคร หรือทำอะไรก็ตามแต่ เค้าจะมอบให้ทั้งใจเลยทีเดียว และ ผมสัญญาครับว่า้หากผมได้ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ในอนาคตอันใกล้หรือไม่ก็ตาม ผมจะเรียกพี่กลับมาทั้งทีมเลยครับ

บริษัท คอร์สท์ (ประเทศไทย) จำกัด

เป็นบริษัทที่ขายสินค้าประเภท เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอทีและเฟอร์ฺนิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย (ก็แหง๋หล่ะ มีสาขาเยอะแยะมากมายในเอเชียอาคเนย์เนี่ยะ) ซึ่งเป็นบริษัททุนข้ามชาติ มีสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคอยู่ ที่ สิงคโปร์ ส่วนในประเทศไทยก็มี HQ อยู่ที่ภูเก็ตบ้านเกิดผมเอง ซึ่งงานในส่วนของผม อยู่ในฝ่าย การตลาด ทีมงานก็มีกันอยู่ 4-5 คน ซึ่งก็มี พี่ยุ้ย จันทนา โภชสม, พี่รงค์ ณรงค์ (จำนามสกุลไม่ได้), พี่เปี๊ยก อนุชา พานวัลย์, ก้อย (ซึ่งทำงานอยู่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ตอนที่ผมเข้าไป ก็ได้ก้อยนี่แหล่ะครับที่เป็นคนคอย Train งานให้) และผมเองซึ่งดูแลในส่วนของงาน เอกสาร, ประสานงานระหว่างแผนก และคอยตรวจสอบโปรโมชั่นแต่ละโปรโมชั่นที่ออกในแต่ละเดือน ของสาขาต่าง ๆ ซึ่งก็มีอยู่ 6 สาขาในประเทศไทย ภูเก็ต, พังงา, กระบี่, ตรัง, นครศรีธรรมราช และ สุราษฏร์ธานี นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องทำงานเกี่ยวกับเอกสารเยอะมาก และต้องขับรถไปยังสาขาต่าง ๆ เยอะมาก ประมาณเดือนละ 1 รอบ แต่สิ่งที่ผมได้มาจากที่นี่ก็คือ เทคนิคการคิด (เรียนรู้จากพี่ยุ้ย เทคนิคการทำงานของคนต่าง ๆ ทั้งที่เป็นตัวอย่างที่ดี และ ตัวอย่างที่แย่ ๆ ผมก็เห็นจากที่นี่ แต่ก็ดีใจที่ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อผมมากในการทำงานในปัจจุบัน แต่สุดท้ายแล้ว บริษัทแห่งนี้ก็ต้องปิดตัวลง เนื่องจากผลประกอบการไม่ดีในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจนทำให้ บริษัทแม่ในสิงคโปร์ประกาศปิดสาขาทั้งหมดในประเทศไทย และให้คงแผนกจัดเก็บหนี้สินไว้ก่อน ประมาณ 2 ปี (ดังนั้นแผนกของผมต้องออกโดยปริยาย)

บริษัท ไอเดีย พิกเซล จำกัด

เป็นบริษัทที่เรียกตัวเองว่า บริษัทออกแบบสื่อทางการตลาด หรือ Marketing Communication Design ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับการออกแบบสื่อทุกชนิด ซึ่งบริษัทแห่งนี้แรกเริ่มเดิมที ผมกับพี่ ๆ ในแผนก ซึ่งก็คือ พี่รงค์ พี่เปี๊ยก และผม ได้มาร่วมกันเปิดบริษัทนี้ขึ้นผมเองก็ดูแลในส่วนของ Sale & Marketing ส่วนพี่รงค์และพี่เปี๊ยก เป็น Graphic Design และ Creative ในตัวเองครับ สินค้าและบริการหลัก ๆ ที่ iDeaPixel ให้บริการก็คือ สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ , งานป้ายทั้ง Production และ ป้ายให้เช่า, Web Design และในส่วนของการออกแบบสื่อ และ จัดซื้อสื่อต่าง ๆ ในท้องที่ภูเก็ตเองและใกล้เคียงครับ ซึ่งสามารถดูได้จาก iDeaPixel Company Profile นะครับ

3 Responses to “About”

  1. nonghuhu says:

    เขียนน่่าสนใจดีอ่า เขียนหนังสือขายได้นะเนี๊ยะ

  2. I comment when I especially enjoy a post on a site or if I have something to add to the conversation. It’s a result of the sincerness communicated in the article I read. And on this post About | TUDUT. I was actually moved enough to post a thought :-) I actually do have 2 questions for you if it’s allright. Is it just me or does it look like like a few of these remarks appear like coming from brain dead people? :-P And, if you are writing on other places, I’d like to follow everything fresh you have to post. Could you make a list every one of your public pages like your Facebook page, twitter feed, or linkedin profile? at this point

Leave a Reply