บ้านหลังแรกของ Tudut

หลังต่อไป
หลังต่อไป

แนะ วันนี้มีเรื่องดี ๆ มาบอกกล่าวกันครับ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า คุณนายหมู เคยบอกผมว่า แม่อยากได้บ้าน!

สั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความ แต่ผมสิครับ …. หนักเลย

พอดีคุณอาที่รู้จักกันโทรมาแจ้งว่า มีบ้านต้องการขาย อยู่ใกล้ ๆ โรงพยาบาลมิชชั่น ภูเก็ต บ้านก็อายุประมาณ 10 ปีเห็นจะได้ เป็น ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เนื้อที่ 18 ตร.วา ขายที่ราคา 1.3 ล้านบาท (บอกตรง ๆ ว่าถูกมาก)

ผมก็เลยไปทำสัญญาจะซื้อจะขาย (สำคัญมากครับ ต้องเตี้ยมกับผู้ขายดี ๆ นะครับ ว่าทุกอย่างต้อง Cover ค่าใช้จ่ายทั้งหมด)

เลยทำสัญญาไปที่ 1.5 ล้านบาท จากนั้นก็มีเอกสารที่ต้องไปยื่นแบงค์ (ในที่นี้ผมขอเสนอเป็น ธนาคารอาคารสงเคราะห์นะครับ)

เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอกู้มีดังนี้ครับ

  • สำเนาบัตรประชาชน ผู้กู้ (และผู้กู้ร่วม) 1 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้กู้ และผู้กู้ร่วม) 1 ชุดทุกหน้า ตั้งแต่หน้าแรก ถึงหน้าสุดท้ายเลยนะครับ
  • หนังสือรับรองเงินเดือน (หรือพร้อมด้วยหนังสือรับรอง Commission)
  • Slip เงินเดือน
  • Statement 6 เดือนหลัง
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ขาย
  • สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขาย
  • สัญญาจะซื้อจะขาย (สำเนาก็ได้)
  • สำเนาโฉนดที่ดิน (อันนี้ต้องไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อคัดลอก และต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ รับรองสำเนาด้วย) ถ่ายเอาไว้ 2-3 ชุดนะครับ

จากนั้น ไปยื่นเอกสารให้กับทางธนาคาร ซื้อในที่นี้ผู้ขายยังไม่จำเป็นต้องไปครับ อัตราการอนุมัติ (เท่าที่ผมประสบมานะครับ)

  1. อนุมัติให้ 85% จากราคาซื้อขาย (แต่ราคาซื้อขายจะต้องไม่เกินจากราคาประเมิน หากต่ำกว่าเอาตามราคาประเมิน) ในกรณีที่เป็นพนักงานบริษัท หรืออาชีพค้าขายทั่วไปครับ
  2. อนุมัติให้ 68% จากราคาซื้อขาย หากเป็นพนักงานบริษัทที่มีพนักงานไม่เข้าเกณฑ์ (ซึ่งก็คือมีจำนวนต่ำกว่า 20 คน)
  3. สามารถขอกู้เพิ่มได้อีก 10% สำหรับตกแต่งบ้าน (แยกออกมาเป็นอีก 1 บัญชี อัตราดอกเบี้ยต่างกับตัวของบ้าน)

ส่วนเรื่องประกันบ้าน ประกันชีวิตคุ้มครองนั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ไม่บังคับ ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ครับ

หลังจากยื่นเอกสารเสร็จแล้ว ก็…. รอ ครับ รอ รอ รออะไรนะเหรอครับ รอเจ้าหน้าที่ประเมินราคาบ้านและที่ดินครับ ซึ่งไม่เกิน 3 วันทำการครับ จะมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มานัดเราว่าจะเข้าไปประเมินบ้านให้ครับ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2500 บาทครับ ไม่ว่าแบงค์จะอนุมัติหรือไม่ก็ตามแต่ ก็ต้องจ่ายครับ หากยื่นแบงค์หลายแบงค์ ก็ต้องประเมินหลายทีครับ

หลังจากประเมินเสร็จ ก็ต้องรอ อีกเช่นเคยครับ ซึ่งคราวนี้จะเป็นหน้าที่ของแบงค์แล้วครับ

หากได้รับการอนุมัติ เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติกรรม จะนัดเราไปทำสัญญานะครับ ซึ่งเอกสารที่จะต้องใช้มีดังนี้ครับ

เอกสารที่ต้องใ้ช้ในการทำสัญญาเงินกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์

  • สำเนาบัตรประชาชน ผู้กู้ (และผู้กู้ร่วม)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้กู้ (และผูู้กู้ร่วม)
  • หากบิดา มารดาเสีย ต้องนำสำเนา มรณะบัตรไปด้วย
  • สำเนาบัตรประชาชน ผู้ขาย
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ขาย
  • เงินค่าทำสัญญา 2,198 บาท

จากนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินรวมกับภาษีธุรกิจเฉพาะ อยู่ที่ 5.4% ของราคาซื้อขาย และ ค่าธรรมเนียมการจดจำนองอีก 1% ของราคาซื้อขาย ดัง ซึ่งในส่วนนี้ จะต้องตกลงกับทางผู้ขายก่อนนะครับ ว่าใครจะเป็นผู้จ่าย ผู้ซื้อ หรือผูขาย หรือ คนละครึ่ง

จากนั้นทางแบงค์ จะจัดการเรื่องเงินค่าบ้านให้เราครับ โดยของผมแบ่งออกเป็น 2 บัญชีครับ บัญชีแรก ค่าบ้าน จะเขียน เป็น Cashier Cheque สั่งจ่ายเจ้าของบ้านเลย และส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง Furniture ต่าง ๆ(อีก 10%) นั้น ทาง แบงค์จะโอนเงินสดให้เราเข้าบัญชีที่เราเปิดกับทางธนาคารไว้ครับ (ในส่วนนี้จะต้องเปิดบัญชีกับทาง ธนาคารก่อนวันที่จะเซ็นต์สัญญานะครับ)

ซึ่งราคาบ้านของผม อยู่ที่ 1,500,000 บาท ดังนั้นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก 6.4% หรือคิดเป็นเงิน 96000 บาทนั้น ผมกับผู้ขาย ออกกันคนละครึ่งครับ ^_^

ผมหล่ะตื่นเต้น ที่จะต้องไป ทำสัญญาพรุ่งนี้ 9 โมงเช้าไม่ไหวแล้ว………

หากได้เรื่องอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ

TUDUT