การเรียนของไทย

วันนี้ได้คุยกับเพื่อน แก๊ก ที่เปิดโรงเรียนสอนภาษาอยู่ที่ป่าตอง ซึ่งก็คุยกันถึงเรื่องปัญหาต่าง ๆ ของระบบการศึกษาของไทย ซึ่งเรื่องราวโดยสรุปก็คือว่า

ทางเขตการศึกษาสอบถามว่า นักเรียน ชาวต่างชาติเนี่ยะ ที่เค้าเรียนภาษาไทย ทางโรงเรียนได้สอนให้เขาเรียน กอ ไก่ ขอ ไข่ หรือไม่ เพื่อนผมก็เลยตอบกลับไปว่า

การเรียน กอไก่ ขอไข่นั้น มันจำเป็นมากเหรอครับ แล้วทำไมเวลาผู้ใหญ่สอนเรา หรืออ่านในหนังสือเขาถึงบอกคำว่า

ฟัง พูด อ่าน เขียน

ซึ่งก็คือ การเรียนที่ถูกต้องมันต้องเกิดจากการฟัง ฟังแล้วเข้าใจจึงพูด จากนั้นค่อยไปฝึกอ่าน และ เขียน ไม่ใช่หรือครับ

อาจจะเป็นเพราะการเรียนของเราต้องการเพียงให้นักเรียนจำ จำว่าตัวนี้สะกดอย่างไร แต่ใช้ผิด ๆ ถูก ๆ ก็ไม่เป็นไรอย่างนั้นหรือ

ซึ่งผมก็เห็นด้วย ว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะเท่าที่ผมจำความได้ การเีรียนภาษาไทย หรือ ภาษาอื่น ๆ ที่ผมได้เรียนมานั้น คุณครูก็เริ่มจากการที่ให้ผมเขียน กอ ไก่ ขอ ไข่ หรือ a b c ทั้งนั้น

การที่เราต้องการการเรียนรู้แบบ Child Center หรือให้เด็กเป็นศูนย์กลางนั้น ยังห่างไกลความจริง ไปมากมาย เนื่องจากกระทรวงต้องการให้เด็กเป็นคนกำหนดว่าเด็กอยากเรียนอะไร ไม่อยากเรียนอะไร แต่คุณครูที่สอน หรืออาจารย์กลับต้องการสอนในสิ่งที่เค้าเตรียมมาเท่านั้น การประเมินคุณครูก็มีเพียงแต่การให้คุณครูทำรายงานความดีไปเสนอตอนปลายปีเพื่อให้ได้ 1 ขั้น 2 ขั้นเท่านั้นเอง

ฉะนั้น การที่จะยกระดับการศึกษาของไทยนั้น ผมว่า ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรจะให้ความสำคัญกับเด็กมากกว่านี้นะครับ

ปล. ที่เล่ามาเป็นความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับเพื่อนผมแต่อย่างใด ฉะนั้น

นักเรียน
นักเรียน

ที่มา : Language School in Phuket , Patong